ไทยพบโอไมครอน 205 ราย

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการแห่งชาติ ครั้งที่ 12/2564 ว่า ทาง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม กำชับทางผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานคณะกรรมการจังหวัดให้อยู่ในพื้นที่ ออกตรวจความเรียบร้อย

ดังนั้น สธ.ก็กำชับให้นายแพทย์สาธารณาสุขจังหวัด(นพ.สสจ.) แพ็คคู่กันไป หากพบกิจกรรมที่ทำผิดกฎระเบียบจากที่ขออนุญาตไว้ ก็ต้องดำเนินการยกเลิกทันที โดยไม่ต้องให้ความเกรงอกเกรงใจใครทั้งสิ้น เพราะถือว่าเราเปิดให้แล้ว ก็ขอให้ร่วมมือตามระเบียบ เพื่อให้ทุกคนฉลองอย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือจาก อสม.ในการออกตรวจตราคัดกรองผู้เดินทางเข้าพื้นที่ ตรวจด้วย ATK หากพบว่าผลเป็นลบ ก็ยังขอให้สังเกตอาการต่อเนื่อง และตรวจหาซ้ำอีกครั้ง พร้อมต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนตัว สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เว้นระยะห่างและล้างมือ ซึ่งที่ผ่านมาทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ในส่วนนี้ได้เป็นอย่างดีก็ขอให้ท่านดำเนินต่อเพื่อความปลอดภัยในชุมชน

เมื่อถามว่าพฤติกรรมใดมีความน่ากังวลในช่วงปีใหม่ นายอนุทิน กล่าวว่า รวมกลุ่มกันเป็นอันตรายที่สุด ชัดเจนด้วยการติดโอไมครอน ที่เดินทางมากจากต่างประเทศเรารู้ต้นตอว่ามาจากไหนนี่เป็นสิ่งที่ดี แต่หากใครที่เดินทางไปกลับบ้าน ก็ขอให้ตรวจ ATK ก่อนไปพบผู้อื่น ญาติพี่น้อง

อย่างกรณี สามี-ภรรยา จ.กาฬสินธุ์ ที่เดินทางมาจากยุโรปตรวจ RT-PCR ผ่านก็กลับกาฬสินธุ์ ต่อจากนั้นไปหาญาติ จ.อุดรธานี แล้วไม่ได้ตรวจซ้ำ ก็ไปแพร่กระจาย 22 ราย ทั้งครอบครัว พนักงานร้านอาหาร และลูกค้าในร้าน ร่วมถึงผู้สัมผัสเสี่ยงสูงร่วมร้อยราย ทั้งหมดเป็นสายพันธุ์โอไมครอน ทำให้ไทยพบผู้ติดสายพันธุ์ดังกล่าวสะสม 205 ราย

นี่ไม่เกี่ยวกับโอไมครอน มันเป็นการนำโดยผู้ติด CV-19 ให้คนอื่น ซึ่งเรามีคำแนะนำชัดเจน DMHTT ไม่ใช่ภาชนะร่วมกัน โดยเฉพาะถังน้ำแข็ง แก้วเหล่า แก้วเครื่องดื่ม รวมถึงรับวัคซีนให้ครบโดส ก็ไม่มีปัญหาแน่นอน

เมื่อถามถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลที่ลักลอบออกจากโรงแรมกักตัว นายอนุทิน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่พบผู้ติด CV-19 เชื่อมโยงกรณีนี้เพิ่มเติม แต่เป็นสิ่งที่ไม่ดีเนื่องจากเขาไม่ปฏิบัตามมาตรการของไทย ไม่รอผลการตรวจ RT-PC แต่โชคดีที่ในระยะที่ไม่แพร่ให้ใคร แพทย์รายงานว่า ความเสี่ยงน่าจะน้อย

ทั้งนี้ ขอให้กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ(สบส.) เข้าไปดูแลโรงแรมที่รับทำระบบกักตัว หรือแซนด์บ็อกซ์ ให้มีความเข้มงวดมากขึ้น สบส.จะต้องเข้าไปดูโรงแรมที่กักตัวคนนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว หากทำเต็มที่แล้วแต่ยังเขายังมุดลงใต้ดินหลบหนีได้ จะว่าโรงแรมผิดเต็มที่ก็ไม่ได้ ก็ต้องกำกับให้เขาเพิ่มมาตรการสอดส่องดูแลตามที่ได้ขอขึ้น

อย่างไรก็ตาม ไทยพบโอไมครอน 205 ราย ขอให้ทุกคนทำตามมาตรการกันด้วยนะคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *